Samsung Galaxy Note Edge รีวิว
Samsung Galaxy Note Edge รีวิว

มาดูตัวจริงของ Samsung Galaxy Note Edge รีวิว

Samsung Galaxy Note Edge รีวิว
Samsung Galaxy Note Edge รีวิว

 

ราคา Galaxy Note Edge
ราคา Galaxy Note Edge

 

หน้าจอของ Galaxy Note Edge มีขนาด 5.6 นิ้ว ซึ่งตามสเปคแล้วดูเหมือนจะเล็กกว่า Note 4 นิดหน่อย ส่วนนึงเพราะจะถูกตัดออกไปเป็นจอโค้งด้านข้าง การใช้จอแบบ Super AMOLED ทำให้สีสันดูสดมาก (เป็นจุดเด่นของหน้าจอแบบนี้) แต่แอบตัดกระจกกันรอยขีดข่วนจาก Gorilla Glass 4 เป็น Gorilla Glass 3 ซะงั้น แน่นอนไม่ใช่ปัญหาเราติดฟิลม์กันรอยกันอยู่แล้ว

Galaxy Note Edge มีขนาด 5.6 นิ้ว
Galaxy Note Edge มีขนาด 5.6 นิ้ว

หากมองจากด้านหน้าตรงๆ ขอบที่โค้งจะอยู่ทางขวามือและก็ไม่ได้โค้งแบบทิ้งดิ่งมาก ด้านบนของหน้าจอก็จะเป็นส่วนของกล้องหน้า ลำโพงสนทนาและเซ็นเซอร์ต่างๆ ด้านล่างเราจะเห็นเพียงปุ่ม Home เท่านั้นส่วนปุ่ม Recent และปุ่ม Back จะเป็นแบบ On-Screen อยู่บนหน้าจอทัชสกรีน

รูหูฟัง Note Edge และปุ่มกด
รูหูฟัง Note Edge และปุ่มกด

สำหรับ Note Edge ใช้รูหูฟังขนาด 3.5mm โดยจะวางเอาไว้ด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับในส่วนของด้านบนนี้จะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power (เปิด/ปิดเครื่อง) และช่อง Infrared port

 

Galaxy Note Edge ด้านข้าง
Galaxy Note Edge ด้านข้าง

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของปุ่ม Volume เพิ่มและลดเสียง และตำแหน่งล่างสุดจะเป็นช่องต่อ Micro USB ที่เก็บ S-Pen และรูเล็กๆเป็นช่องของไมโครโฟนเอาไว้คุยโทรศัพท์

ด้านหลังของ Note Edge
ด้านหลังของ Note Edge

ด้านหลังของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องหลัง , LED flash, และตัว heart rate เซ็นเซอร์ที่อยู่ใกล้ๆกัน ใครที่ชอบออกกำลังกายน่าจะชอบลูกเล่นของ heart rate นี้นะ และสุดท้ายด้านล่างเป็นช่องลำโพง

 

สเปค Samsung Galaxy Note Edge

– มาพร้อมแอนดรอยเวอร์ชั่น Android OS, v4.4.4 (KitKat)
– ใช้ชิพเซ็ท Qualcomm Snapdragon 805 ซีพียูความเร็ว Quad-core 2.7 GHz Krait 450 / Adreno 420
– ตัวเครื่องมีหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1600 x 2560 pixels (~524 ppi )
– ใช้กระจกกันรอยแบบ Corning Gorilla Glass 3 และมีจุดขายที่เด่นก็คือการใช้หน้าจอ Curved edge screen ด้านข้าง
– ขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 151.3 x 82.4 x 8.3 mm และหนัก 174 g
– ใช้ซิมแบบ Micro-SIM
– มาพร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB และ ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ Micro SD ได้สูงสุด 128 GB
– กล้องหลังความละเอียด 16 MP, 3456 x 4608 pixels มาพร้อมความสามารถอย่าง optical image stabilization, autofocus และ LED flash
– กล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้าน
– คุณสมบัติการถ่ายวีดีโอ [email protected], [email protected], [email protected], optical stabilization, dual-video rec ส่วนของกล้องก็ [email protected]
– และสุดท้ายให้แบตความจุ 3000 mAh

 

Galaxy Note Edge
Galaxy Note Edge

ถ้าพูดถึง Note Edge จริงๆมันก็แทบจะเหมือนกับ Note 4 ยกเว้นในส่วนของ Edge Panel Screen และลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามา ดังนั้นในหลายๆจุดที่เคยพูดไปแล้วบน Note 4 ผมอาจจะไม่พูดถึงนะครับ

หน้าจอของ Note Edge อาจจะดูเล็กกว่า Note 4 นิดหน่อยเพราะส่วนโค้งที่เป็น Edge Panel Screen จะกินหน้าจอเข้ามานิดนึง หลายคนอาจจะสงสัยว่าหน้าจอมที่แปลกไปมีผลต่อการใช้แบตเตอรี่ยังไงบ้าง ก็ใช้ได้เหมือน Note 4 ก็คือประมาณ 1 วันเต็มพอดี ส่วนเรื่องกันรอยหน้าจอหากใครต้องการติดฟิลม์ตอนนี้มีขายแล้ว (จะติดมาถึงส่วนของจอโค้งๆด้วย) เคสก็มีให้เลือกทั้งแบบซิลิโคนใสหรือเคสฝาพับของแท้จากซัมซุง

ผมเองชอบหน้าจอแบบ Super AMOLED อยู่แล้ว หน้าจอประเภทนี้จะให้สีสันที่จัดจ้าน การมีไอค่อนที่ Edge Panel Screen ไม่ได้ทำให้เรากดพลาดไปโดนมันมากเหมือนกับที่หลายๆคนกลัวกัน

เราสามารถตั้งรหัสใช้งานด้วยลูกเล่นปลดล็อคผ่านนิ้วมือ (Finger Scan) ได้จะว่าไปลูกเล่นส่วนใหญ่ที่ Galaxy S5 หรือ Note 4 บน Note Edge ก็ขนมาทั้งหมด (Accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer, UV, heart rate, SpO2)

 

จุดเด่นของ Galaxy Note Edge

            จุดเด่นของ Samsung Galaxy Note Edge ก็คือหน้าจอที่เรียกว่า Edge Panel Screen ซึ่งความสามารถหลักๆของหน้าจอนี้มีด้วยกัน 4 อย่าง

1. เวลาปิดหน้าจอ มันเอาไว้โชว์ Status หากมีข้อความหรือสายเรียกเข้าแล้วเราไม่ได้อ่าน และยังใช้เป็นนาฬิกาใน Night Mode ได้

2. เวลาเปิดหน้าจอ มันเป็นส่วนโชว์ช็อตคัตแอพที่เราใช้งานบ่อยๆ แน่นอนว่าเราเลือกแอพเองได้ และถ้ามีใครโทรเข้ามาก็จะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ Edge Panel Screen ตรงนี้เราสามารถเลือกรับสายหรือไม่รับสายผ่านขอบจอได้ทันที ในส่วนของ Edge Panel Screen เราสามารถใส่ได้หลายรูปแบบนอกจากช็อตคัตแอพ เช่น อาจจะใส่ในส่วนของ Shealth หรือ Notification และอื่นๆ

3. เวลาใช้งานแอพปกติทั่วไป มันก็จะทำงานเป็นส่วนของการโชว์ Status พวกข้อความเข้ามาและเบอร์โทรได้เช่นเดียวกัน เราแทบจะต้องไม่เสียอารมณ์เวลาท่องเว็บหรือเล่นเกมแล้วโดนบดบังหน้าจอด้วยการโทรเข้าหรือข้อความจากเพื่อนๆ

4. เป็นทูลในแอพพิเศษบางตัว หาเราเปิดแอพที่รองรับการทำงานของ Edge Panel Screen ตรงส่วนนี้ก็จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือใช้งานแอพนั้นๆทันที เช่น แอพ Camera ตรงนี้ก็เอาไว้ปรับโหมดและถ่ายภาพ หรืออย่างในแอพ S-Note ส่วนนี้ก็เอาไว้เปลี่ยนปากกาหรือรูปแบบของสีนั่นเอง

หน้าจอของ Samsung Galaxy Note Edge
หน้าจอของ Samsung Galaxy Note Edge

 

เราสามารถปรับเปลี่ยนอะไรในส่วนของ Edge Panel Screen ได้บ้าง

ตัว Note Edge ออกแบบมาให้เราปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen ได้ แน่นอนมันคือข้อดีและในเครื่องก็มีให้เลือกใช้งานอยู่บ้างแล้ว หากใครอยากได้รูปแบบของ Edge Panel Screen ใหม่ๆก็สามารถเข้าไปดาวโหลดได้ที่ Samsung App หรือ Play Store

การปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen ทำได้ 3 ส่วนหลักๆ ก็คือ

1. เลือกแถบของ Edge Panel Screen ได้ว่าอยากได้แบบไหน : เราสามารถเข้าไปเพิ่มหรือลดจำนวนแถบได้ที่เมนู Manage panels (แต่ละแบบเราสามารถ Edit การแสดงผลเพิ่มเติมได้)
2. ปรับเปลี่ยนการแสดงผลในส่วนของแถบ Edge Panel Screen ที่หน้าจอล็อกสกรีน : การแก้ไขส่วนนี้เราเรียกว่า Express me เราสามรถเลือกรูปแบบที่จะโชว์ได้ เลือกเอฟเฟคได้ เขียนข้อความที่ตัวเองต้องการแบบไหนก็ได้ และแน่นอนว่าจะสร้างจากภาพของตัวเองที่มีในแกลอรี่ก็ได้เหมือนกัน ใครออกแบบสวยๆจะทำให้ Note Edge ของเราสวยจนหลายคนอิจฉาแน่ๆ
3. เปลี่ยนข้อความของ Edge Panel Screen : เวลาเราเข้าไปใช้แอพแถบด้านข้างจะไม่ได้โชว์ในส่วนของ แอพช็อตคัตหรือแถบข้อมูลอื่นๆเอาไว้ตลอดเวลา ตัวแถบนี้จะโชว์ข้อความเพื่อให้เรารู้ว่าส่วนบริเวณนี้คือ Edge Panel Screen นะ และข้อความเหล่านี้เราเลือกจะเขียนขึ้นเองใหม่ได้ / กลับกันหากอยากจะเรียกแถบช็อตคัตหรือแถบข้อมูลอื่นๆเพียงแค่เอามือไปปาดตรงขอบเท่านั้นก็จะทำงานทันที

ทั้งสามข้อด้านบนก็คือการใช้งานหลักๆ และปลีกย่อยที่แก้ไขได้อีกก็คือการเลือกโชว์ Edge Panel Screen ไปอยู่ทางซ้ายมือการเปิดการทำงานให้โชว์เป็นนาฬิกาแบบ Night Clock

 

การปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen
การปรับเปลี่ยน Edge Panel Screen

 

เรื่องของกล้อง Galaxy Note Edge

  ถ้าชอบกล้องของ Note 4 อารมณ์ของภาพจาก Note Edge ก็ไม่แตกต่างกันมาก สเปคของกล้องรุ่นนี้ให้กล้องหลังความละเอียดมาที่  16 MP, 3456 x 4608 pixels มาพร้อมความสามารถอย่าง optical image stabilization, autofocus และ LED flash ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้าน

 

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : Sanook และ  appjeed.com